เพื่อน

จากผลการวิเคราะห์ จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กทั้งสิ้นกว่า 72 ล้านคน

ระบุได้ว่าคนที่ตอนเด็กมีฐานะยากจนนั้น มีโอกาส ได้คบกับกับเพื่อนที่ฐานะร่ำรวยในวัยเดียวกัน จะมีแนวโน้มความเป็นไปได้ ว่ามีการเติบโต เป็นผู้ใหญ่ ที่มีเงินเดือนเยอะกว่า หลายๆ คนในรุ่นเดียวกัน เฉลี่ยถึง 20% เลย จากงานวิจัยชิ้นนี้ ที่ได้จัดทำร่วมกัน โดยมี มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ซึ่งเป็นมหาลัยชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผลงานวิจัยชิ้นนี้ ได้รับการตีพิม์ลง วารสาร Nature ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความสำคัญของการมี เครือข่ายความสัมพันธ์ หรือเส้นสายในบ้านเรานั้นเอง ซึ่งมันจะช่วยในการ ขยับฐานะทางสังคม ขึ้นได้ นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบอีกว่า เด็กที่ครอบครัว มีฐานะยากจน หรืออยุ่ในสังคมระดับล่าง

แต่พักอาศัยอยู่ ในเขตชุมชน ที่มีเพื่อนๆ กว่า 70% นั้น มาจากครอบครัวฐานะร่ำรวย และเมื่อได้เติบโตมา พวกเขาเหล่านั้น จะมีรายได้สูงกว่าคนรุ่นเดียวกัน เฉลี่ยถึง 20% ซึ่งมันแสดงให้เราเห็นว่า ความสัมพันธ์ ส่วนบุคคลนั้น เป็นสาเหตุ และปัจจัยที่ผลักดัน ให้เกิดการเลื่อนชั้นทางสังคม ที่แข็งแกร่งและทรงพลัง แม้การประกอบอาชีพหรือการศึกษา เฉพาะด้าน ก็ไม่อาจทำให้ฐานะ เปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้

เพื่อน

สาเหตุที่การคบหากับคนรวยในวัยเด็ก ส่งผลให้เกิดการสะสม “ทุนทางสังคม” (social capital) เพิ่มขึ้น

จนสามารถมีฐานะดีกว่าเดิมในวัยผู้ใหญ่นั้น ทีมผู้วิจัยอธิบายว่าเรื่องนี้ เป็นสมมติฐานที่มีมานานแล้วในแวดวงวิชาการเศรษฐศาสตร์ แต่พวกเขาเพิ่งจะมีโอกาสได้ทดลองพิสูจน์ในวงกว้างเป็นครั้งแรก หลังผู้คนนิยมใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย ส่วนทุนทางสังคมที่เด็กยากจนได้ มาจากการคบหาเด็กบ้านรวย

อาจเป็นได้ตั้งแต่แรงบันดาลใจในการสร้างเนื้อสร้างตัว ไปจนถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ และโอกาสในการหางาน ซึ่งเด็กยากจนทั่วไปไม่มีทางได้รับ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า การที่เด็กยากจนมีสถานะทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอาจมาจากปัจจัยอื่น เช่นครอบครัวยากจนทุ่มเทในการลงทุนให้กับการศึกษาของลูกเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผลการศึกษาอีกเรื่องหนึ่งที่จัดทำโดยนักวิจัยทีมเดียวกัน ชี้ว่าโอกาสที่เด็กยากจนจะได้เป็นเพื่อนกับเด็กบ้านรวยนั้นเกิดขึ้นได้ยากมากในโลกของความเป็นจริง โดยผลการศึกษาในสหรัฐฯ ชี้ว่า นอกจากนครลอสแอนเจลิสแล้ว แทบไม่มีพื้นที่ใดเลยที่อัตราความสัมพันธ์ข้ามชนชั้นทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูง

ซึ่งหมายความว่าเด็กส่วนใหญ่ก็คบหากับเพื่อนในละแวกเดียวกันที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมคล้ายคลึงกัน เพื่อให้ผลการวิจัยในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ศาสตราจารย์ โยฮันเนส สเตรอเบล นักเศรษฐศาสตร์ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กแนะนำว่า “การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ข้ามชนชั้นมีความสำคัญมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้ผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกันได้มีปฏิสัมพันธ์ และมีโอกาสเต็มที่ในการผูกมิตรกันอย่างจริงใจ”

คำพูดของ บัฟเฟตต์ หนึ่งในมหาเศรษฐีระดับโลก

สอดคล้องกับ Thomas Corley ผู้เขียน “Rich Habits: The Daily Success Habits of Wealthy Individuals” ใช้เวลา 5 ปีในการศึกษากิจกรรมของคนร่ำรวย ในระหว่างการวิจัย เขาค้นพบจุดร่วมที่น่าสนใจ จากเศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตัวเอง 177 คนในการศึกษาของเขา จุดเด่นของคนกลุ่มนี้

คือความพยายาม สร้างความสัมพันธ์กับคนที่เขาอยากเลียนแบบ โดยก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นคนมั่งคั่งร่ำรวย เศรษฐีหน้าใหม่เหล่านี้พยายามอย่างตั้งใจในการสร้างความสัมพันธ์เฉพาะกับบุคคลที่พวกเขาอยากจะเป็น นั่นคือคนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จคนอื่นๆ

Corley ยังบอกอีกว่า “คนทั่วไป” อาจชอบคบกับคนที่พวกเขาคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน หรือสมาชิกในครอบครัว แต่ในทางกลับกันเศรษฐีเหล่านี้ไม่มีปัญหาในการย้ายไปอยู่นอกเครือข่ายสังคมเดิมๆ และสามารถสร้างมิตรภาพกับคนที่พวกเขาต้องการเลียนแบบได้แบบไม่เคอะเขิน

จึงกล่าวได้ว่าการ “มีเพื่อนรวยกว่า” ทำให้มีโอกาสรวยขึ้น เป็นไปได้จริง อย่างไรก็ตาม “รวย” ณ ที่นี้ ก็ไม่ได้หมายความว่ารวยจากการหวังเพิ่งพาทรัพย์สินจากเพื่อน แต่มิตรภาพที่แน่นแฟ้น ความปรารถนาดีต่อกัน ไปจนถึงแนวความคิดของคน ที่คลุกคลีกับธุรกิจหรือแนวคิดทางการเงินแบบก้าวหน้าต่างหาก ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างและต่อยอดรายได้ต่างหาก ที่ทำให้คนเราสามารถ “รวยขึ้นได้”

ขอบคุณแหล่งที่มา : bbc.com / bangkokbiznews.com

สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : fifthcolumnmusic.com